อายุ 30-40 ปี พบเสี่ยงเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้?
อายุที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุขึ้น 40 แต่ในปัจจุบันพบว่าอัตราการเป็นโรคหัวใจพบมากขึ้นในคนอายุ 30-40 ปี การมีอายุมากขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าผู้หญิง แต่สำหรับผู้หญิงจะมีความเสี่ยงมากขึ้นหลังหมดประจำเดือน ประวัติครอบครัว ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจสูงมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีญาติสายตรงเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย (ผู้ชายก่อนอายุ 55 ปี และผู้หญิงก่อนอายุ 65 ปี)
สาเหตุที่ทำไม ผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าผู้หญิง
เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงในการใช้ชีวิตประจำวัน ได้รับความเสี่ยงจากการสูบบุหรี่ หลายคนอาจคิดว่าการสูบบุหรี่จะส่งผลต่อปอดเพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วบุหรี่ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพหัวใจด้วย เนื่องจากควันบุหรี่มีสารพิษหลายชนิดที่เป็นอันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจ เช่น นิโคติน และคาร์บอนมอนอกไซด์ เมื่อร่างกายได้รับสารเหล่านี้ในปริมาณมาก จะส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจมีการหดตัวและตีบลงจนทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้
ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น
เพราะโดยปกติฮอร์โมนเพศหญิงจะช่วยลดระดับไขมันไม่ดีและเพิ่มระดับไขมันที่ดีในเลือด ป้องกันไม่ให้ไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายยืดหยุ่น เมื่อขาดฮอร์โมนเพศหญิงจึงส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวหรืออุดตันได้ทั่วร่างกาย รวมไปถึงหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้
รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ไขมันในที่นี้รวมถึงไขมันทรานส์ หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงด้วย เช่น ขาหมู หมูสามชั้น เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ทอด แกงกะทิ ชีส เค้ก หรือเบเกอรี หากกินมากๆ และบ่อยๆ อาจส่งผลให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง ทำให้มีเลือดไปเลี้ยงหัวไม่เพียงพอ จึงเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจขาดเลือด และนำไปสู่ภาวะหัวใจวายได้
- มีน้ำหนักเกิน หรือมีภาวะอ้วน ในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน มักมีความเสี่ยงต่อการทำงานของหัวใจบกพร่องเป็นอย่างมาก เนื่องจากในคนที่มีน้ำหนักตัวเกินมักมีไขมันในเลือดสูง โอกาสที่ไขมันจะไปเกาะในหลอดเลือดและทำให้การไหลเวียนเลือดติดขัดก็มีมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อหัวใจขาดเลือดในระดับหนึ่งหัวใจก็จะทำงานไม่ไหว จึงเป็นเหตุให้เสียชีวิตอย่างกะทันหันได้
- การสูบบุหรี่ หลายคนอาจคิดว่าการสูบบุหรี่จะส่งผลต่อปอดเพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วบุหรี่ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพหัวใจด้วย เนื่องจากควันบุหรี่มีสารพิษหลายชนิดที่เป็นอันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจ เช่น นิโคติน และคาร์บอนมอนอกไซด์ เมื่อร่างกายได้รับสารเหล่านี้ในปริมาณมาก จะส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจมีการหดตัวและตีบลงจนทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้
- มีภาวะเครียดสะสม ในผู้ที่มีความเครียดมากๆ หัวใจก็จะยิ่งทำงานหนักขึ้นตามไปด้วย โดยหัวใจจะเต้นเร็วและความดันโลหิตสูงขึ้นจนอาจเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรืออาจกระตุ้นให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่แล้วให้เป็นหนักขึ้นได้
- ไม่ออกกำลังกาย หัวใจที่ไม่ค่อยได้ออกแรง หากมีภาวะที่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนัก หรือหัวใจมีการสูบฉีดเลือดแรงๆ หัวใจก็จะทนต่อการทำงานหนักไม่ไหว และส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้
- พักผ่อนไม่เพียงพอ ในผู้ที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน จะมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอนั้นจะทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน และส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคหัวใจ
หากมีปัญหาสุขภาพที่ยืดเยื้อหรือส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง ปรึกษาหรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ให้โรงพยาบาลจุฬารัตน์แม่สอดดูแลนะคะ
* นัดคิวปรึกษา "ทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์"
* วิเคราะห์ปัญหาสุขภาพได้อย่างตรงจุด
- #โรคหัวใจ
- #โรคหัวใจและหลอดเลือด
- #เส้นเลือดหัวใจตีบ
- #กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง
- #ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ
- #โรงพยาบาลจุฬารัตน์แม่สอด
- #ยินดีให้บริการ
- #CHGMS
ในนามกลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์ เราจะดูแลทุกท่านด้วยความใส่ใจ และห่วงใยดุจญาติมิตร
For More information & Making an Appointment
Tel No. : +66 (0) 55-564-440
Website : www.chg-maesot.com
Facebook Fanpage inbox : m.me/113719835004726
TikTok : https://www.tiktok.com/@chularatmaesothospital